วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ของแต่งรถเบื้องต้น

ของแต่งรถเบื้องต้น 10 อย่าง ที่จะเพิ่มสมรรถนะของรถคุณให้เหมือนรถแข่ง


ของแต่งรถเบื้องต้น 10 อย่าง ที่จะเพิ่มสมรรถนะของรถคุณให้เหมือนรถแข่ง

 
          ทุกวันนี้เมื่อหลายๆ คนซื้อรถยนต์มาเป็นของตัวเองสักคันหนึ่ง ก็ย่อมจะนำมาตกแต่งเพิ่มเติม เพื่อแสดงความเป็นตัวตนของตัวเอง หรือเพื่อความความสวยงาม และเพื่อเพิ่มสมรรถนะต่างๆ ให้ดีมากกว่าเดิม ซึ่งในวันนี้ทาง BoxzaRacing จะมีทริคแนะนำเล็กๆ น้อยๆ  เกี่ยวกับการตกแต่งรถขั้นเริ่มต้น ที่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะของคุณ ให้คล้ายกับรถแข่งในสนามเลยก็ว่าได้ครับ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปมากกว่านี้ เราไปดูพร้อมๆ กันเลยดีกว่าครับ

  • เปลี่ยนยางของคุณให้เป็นยางที่สมรรถณะสูงขึ้น - โดยยางติดรถยนต์ที่มาจากโรงงานนั้น ส่วนมากจะเป็นยางที่พอใช้ได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเราใช้ความเร็วสูงหรือต้องการใช้ความเร็วในโค้งนั้น ยางเดิมๆ อาจจะไม่สามารถรองรับการใช้งานได้ดีเท่าไรนัก ดังนั้นยางที่มีประสิทธิภาพสูงๆ จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนนให้มากกว่าเดิม แต่อาจจะต้องแลกกับราคาที่แพงกว่ายางปกติทั่วไป และเสียงรบกวนที่มาจากลวดลายของดอกยางนั่นเอง

  • อัพเกรดระบบกรองอากาศให้ดีกว่าเดิม - โดยหน้าที่ของกรองอากาศ หลักๆ คือ การดักจับฝุ่นละอองเพื่อที่จะให้อากาศที่เข้าสู่ห้องเผาไหม้สะอาดที่สุด ซึ่งการเปลี่ยนเป็นกรองอากาศคุณภาพสูง จะสามารถช่วยดักจับฝุ่นละออกได้ดี และช่วยให้อากาศนั้นไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้สะดวกมากกว่าเดิม และจะส่งผลให้สามารถเพิ่มแรงม้าของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย

  • ระบบเบรคยิ่งดีเท่าไร ชีวิตคุณก็ยิ่งปลอดภัยมากเท่านั้น - ระบบเบรคถือเป็นส่วนสำคัญของรถยนต์ โดยระบบเบรคโรงงานของรถยนต์หลายๆ ยี่ห้อ อาจจะไม่มีประสิทธิภาพมากพอ ที่จะหยุดรถในแบบกระทันหันได้ ซึ่งการเปลี่ยนผ้าเบรคเป็นเกรดที่สูงขึ้น รวมถึงการขยายจานเบรค ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ไม่เลว ในการอัพเกรดระบบเบรคแบบเบื้องต้น

  • ระบบน้ำมัน ก็เป็นสิ่งหนึ่งไม่ควรมองข้าม - โดยในส่วนนี้ จะเป็นการอัพเกรดเพื่อให้น้ำมันนั้นสามารถฉีดเข้าสู่ห้องเผาไหม้ได้มากกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการอัพเกรดหัวฉีด รางหัวฉีด ปั๊มน้ำมันต่างๆ รวมไปถึงการจูนกล่อง ECU ใหม่เพื่อให้ค่าของอากาศและน้ำมันนั้นสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งถ้าทุกอย่างอยู่ในสัดส่วนที่พอเหมาะพอดีแล้วล่ะก็ รับรองว่า...รถของคุณจะวิ่งดีขึ้นเหมือนกับรถคนละคันเลยครับ

  • ท่อไอเสีย ไม่ได้ทีดีแค่ให้เสียงที่ไพเราะ - หลายๆ คนอาจจะเข้าใจผิดว่า การเปลี่ยนท่อไอเสียจะช่วยให้รถนั้นมีเสียงที่ไพเราะเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงแล้ว การอัพเกรดท่อไอเสีย จะช่วยให้ไอเสียที่ถูกคายจากการเผาไหม้ ไหลออกนอกรถได้ดียิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการเปลี่ยนท่อไอเสีย ก็ต้องดูขนาดของเครื่องยนต์ของเรา ว่ามีความจุเท่าไร ควรใช้ท่อไอเสียขนาดแค่ไหน ดังนั้นจึงควรปรึกษาผู้เชียวชาญ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุด และที่สำคัญควรเปลี่ยนท่อไอเสียที่ได้มาตรฐาน และไม่สร้างความรำคาญให้แก่คนรอบข้างด้วย

  • โช๊คอัพดี มีชัยไปกว่าครึ่ง - ในส่วนของโช๊คอัพ ก็เป็นส่วนสำคัญในเรื่องประสิทธิภาพการยึดเกาะถนน ซึ่งในบางครั้งโช๊คอัพเดิมๆ ที่ติดรถมาก อาจจะถูกปรับเซ็ทมาเพื่อการใช้งานแค่ในชีวิตประจำวัน แต่ในช่วงย่านความเร็วสูงๆ หรือการเปลี่ยนเลนอย่างกระทันหันนั้น โช๊คอัพเดิมๆ ก็อาจจะไม่สามารถควบคุมการทรงตัวของรถไว้ได้ ดังนั้นโช๊คอัพแต่งจึงเข้ามามีบทบาทในการช่วยเพิ่มการยึดเกาะ รวมไปถึงสามารถปรับความสูง-ต่ำ เพื่อความสวยงามได้อีกด้วย

  • ล้อแม็กน้ำหนักเบา ก็เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลยทีเดียว - สำหรับล้อแม็ก นอกจากจะเปลี่ยนเพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับรถของคุณแล้ว การที่เราใส่ล้อแม็กน้ำหนักเบา จะช่วยลดภาระของเคลื่อนยนต์และช่วงล่างลง ทำให้รถยนต์สามารถวิ่งไปได้โดยใช้พลังงานน้อยลงกว่าเดิม

  • อินเตอร์คูลเลอร์และระบบหล่อเย็นต่างๆ - สำหรับอินเตอร์คูลเลอร์ อาจจะใส่ได้เฉพาะในรถที่มีระบบอัดอากาศอย่างเทอร์โบหรือซุปเปอร์ชาร์จ เพียงเท่านั้น โดยเจ้าอินเตอร์คูลเลอร์ จะทำหน้าที่ลดความร้อนสะสมของไอดีที่ถูกปั่นมาจากเทอร์โบ ก่อนจะไหลเข้าสู่ห้องเผาไหม้ เนื่องจากในห้องเผาไหม้มีความร้อนสะสมอยู่พอสมควร การรับอากาศเย็นๆ เข้าไป สามารถช่วยเพิ่มแรงม้าและลดอาการ Heat ของเครื่องยนต์ได้อีกทางหนึ่ง แต่สำหรับรถบ้านปกติทั่วไป อาจจะใส่เป็น Oil Cooler เพื่อลดความร้อนของน้ำมันเครื่อง และช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้นานขึ้น

  • คลัทช์และระบบส่งกำลังต่างๆ - รถทุกคันจำเป็นต้องมีระบบส่งกำลัง เพื่อที่จะส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังสูเพลาขับและล้อตามลำดับ ซึ่งการอัพเกรดระบบคลัทช์ จะช่วยให้รถยนต์สามารถส่งถ่ายแรงม้าทั้งหมดลงสู่พื้นถนนได้มากยิ่งขึ้น แต่ถ้าเป็นรถยนต์ในระดับเกียร์ธรรมดา อาจจะมีข้อเสียตรงที่ว่า ต้องแลกกับคลัทช์ที่แข็งและหนักมากกว่าเดิม และอาจจะทำให้รถออกตัวยาก ลำบากสักหน่อยเท่านั้นเองครับ

  • การลดน้ำหนักของตัวรถ - วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและเป็นวิธีที่เสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด หรืออาจจะไม่เสียค่าใช้จ่ายเลย โดยพูดง่ายๆ ก็คือ นำสิ่งของที่ไม่จำเป็นออกจากรถนั่นแหละครับ โดยในรถแข่งอาจจะมีการใช้วัสดุประเภทคาร์บอนไฟเบอร์ หรือเปลี่ยนกระจกเป็นกระจกแบบอะครีลิค แต่สำหรับรถบ้านปกติทั่วไป คุณเพียงนำสัมภาระที่ไม่จำเป็นออก เช่น กระเป๋าเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องมือเครื่องใช้ต่างที่ไม่จำเป็นออก เพียงเท่านี้ คุณก็จะสัมผัสได้ว่า รถของคุณนั้น มีอัตราเร่งที่ดีกว่าเดิมไม่น้อยเลยทีเดียว

วิธีปรับแต่งรถอื่นๆ ที่ทำให้รถแรงขึ้น


วิธีปรับแต่งรถอื่นๆ ที่ทำให้รถแรงขึ้น

น้ำหล่อเย็น

น้ำหล่อเย็นคือการฉีดน้ำไปโดยตรงระหว่างอากาศกับเชื้อเพลิง น้ำที่ฉีดเข้าไปจะไปผสมกับอากาศทำให้มีความหนาแน่นและเย็นขึ้น และกระตุ้นให้กระบอกสูบทำงานมากขึ้น ส่งผลให้เครื่องยนต์เผาใหม้มีประสิทธิภาพมากขึ้น น้ำหล่อเย็นยังได้นำไปใช้ในรถแข่ง World Rally Championship แต่จะอันตรายเมื่อใช้กับขณะที่มีอากาศอุณหภูมิต่ำกว่า45 องศาเซลเซียส และมีความดันต่ำกว่า 0.6 บาร์ เพราะไกฉีดของรถแข่งจะทำงานที่อุณหภูมิ 42 องศาเซลเซียส ปิดลงที่ อุณหภูมิ 38 องศาเซลเซียสมีความดันสูงกว่า 0.6 บาร์

การระบายความร้อน

การะบายความร้อนทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ต่างกับการผสมอากาศกับน้ำมันเชื้อเพลิงเล็กน้อย เพราะการระบายความร้อนมักพบได้ทั่วไปในเครื่องยนต์เทอร์โบและออกแบบมาเพื่อให้อากาศภายนอกที่ไหลเวียนเย็นลง และทำให้เครื่องยนต์แรงขึ้น อากาศที่เย็นลงบริเวณภายนอกสามารถไหลผ่านได้ดีทั้งทางตรงและทางอ้อม การไหลเวียนโดยตรงจะติดตั้งตัวระบายความร้อนที่บริเวณด้านหน้ารถ? ส่วนทางอ้อมนั้นจะติดตั้งไว้ในห้องเครื่องยนต์เพื่อเป็นตัวปรับหรือระบายอากาศ

?น้ำหล่อเพื่อช่วยระบายอากาศ

พบได้ในรถซูบารุ รุ่น WRX Sti คือแทนที่จะใช้การฉีดน้ำเข้าไปในน้ำมันเชื้อเพลิงกับอากาศ ซูบารุใช้พ่นสเปรย์น้ำไปยังด้านนอกของตัวระบายอากาศเพื่อทำให้หล่อยเย็นทำงานเต็มที่ ในรุ่นท๊อปยังใช้ ECU เป็นตัวควบคุมการจุดระเบิดในกรณีที่มีอุณหภูมิสูงอีกด้วย ในรถที่ไม่ใช่สเปคสูงๆ จะมีปุ่มแบบแมนนวลควบคุมได้ภายในเวลา 5 วินาที

?อัดอากาศดีเข้าดับความร้อน

ระบบนี้พัฒนามาจากระบบน้ำหล่อเพื่อช่วยระบายอากาศ แทนที่จะใช้การพ่นสเปรย์น้ำรอบอินเตอร์คูลเลอร์ด้านนอก ก็หันมาใช้ถังเพื่อฉีดน้ำตรงไปยังหม้อน้ำ ปั๊มนี้จะจ่ายน้ำไปยังถังอัดอากาศเพื่อฉีดไปทั่วทั้งหม้อน้ำ การอัดอากาศนี้ทำได้ดีขณะที่เครื่องยนต์เริ่มทำงานและเมื่อเครื่องยนต์ร้อนก็จะทำให้เกิดความต้องการให้มีการฉีดน้ำมากขึ้น

ระบบทำความเย็น

แทนที่จะใช้การฉีดน้ำโดยตรง ระบบทำความเย็นนี้ทำหน้าที่เหมือนหม้อน้ำเพื่อช่วยทำให้อากาศเย็นลง โดยจะบีบอัดก๊าซเช่นเดียวกับตู้เย็นที่ใช้ในบ้านเรือน ก๊าซจะถูกบีบอัดความเย็นให้กลายเป็นของเหลวแล้วส่งไปยังตัวเปลี่ยนความร้อน และส่งกลับไปยังก๊าซอีกครั้งเพื่อให้เย็นลงและด้วยเหตุนี้อากาศจะเย็นลงกว่าเดิม ซึ่งตอนนี้ ก๊าซที่เย็นลงนั้นจะถูกบีบอัดอีกครั้งที่ภายนอกอินเตอร์คูลเลอร์ให้ระบายความร้อนออกผ่านทางหม้อน้ำ

NITROUS OXIDE ? NOS


nitrousnos [รถแต่ง] วิธีปรับแต่งรถอื่นๆ ที่ทำให้รถแรงขึ้น
หากเคยดูหนัง Fast and the furious จะพบว่ามีการใช้? nitrous oxide (N2O) หรือรู้จักกันในเครื่องหมายการค้าว่า? NoS โดยให้เป็นตัวเติมออกซิเจนเพื่อเพิ่มกำลังให้เครื่องยนต์ คือ ในส่วนผสมของไนตรัสจำนวน 1 โมเลกุลจะประกอบด้วยไนโตรเจน 2 ส่วนและออกซิเจน 1 ส่วน เมื่ออยู่ในถังบรรจที่มีแรงอัด จะมีสภาพเป็นโฟมเหลวๆ? แต่เมื่อนำมาใช้งานจะเปลี่ยนเป็นก๊าซที่ฉีดเข้าไปในห้องเผาไหม้? ในขณะที่จุดระเบิดในกระบอกสูบจะเกิดการแตกตัวและปล่อยออกซิเจนออกมา ตามทฤษฎีแล้วออกซิเจนเพิ่มมากขึ้นก็สามารถช่วยให้การเผาไหม้ของเชื้อเพลิงดีขึ้น จึงเป็นที่มาว่าเหตุใดเครื่องยต์จึงมีกำลังกว่าเดิมมาก โดยปกติ ปริมาณออกซิเจนในอากาศอยู่ที่ 20% แต่ใน NOS มีถึง 33%? ชุดติดตั้งไนตรัสมีอุปกรณ์คล้ายๆ กัน ได้แก่ โซลินอยด์? ท่อแก๊สไนตรัส ถังเก็บแก๊สไนตรัส? วงจรไฟฟ้าควบคุมพร้อมชุดหัวฉีด แต่ NoS? มีข้อเสีย คือสูบแต่ละสูบจะได้รับแก็สปริมาณไม่เท่ากัน ทำให้เครื่องยนต์สึกหรอง่าย หากฉีดมากเกินไป น้ำมันไม่พอ หรือมีการจุดระเบิดเกินกว่าที่เครื่องรับได้ก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายได้ อีกทั้ง เมื่อเพิ่มกำลังอย่างรวดเร็ว มิได้ทำให้รถเร็วขึ้นแต่อย่างใด แต่กลับทำให้รถลื่นไถลและยังทำลายคลัตช์ด้วย มิหนำซ้ำ หากถังเก็บก๊าซ NoS ไม่มีน้ำรถจะต้องลากถังใบโตที่ไร้ประโยชน์ไปด้วย

ทางเลือกในการเพิ่มแรงให้รถ ? ทำให้รถเบาที่สุด? less weight

ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักกับพลังของรถ

ผู้คนจำนวนมากจะคิดเฉพาะพลังของรถ แต่ละคนต่างก็ต้องการให้รถเร็วขึ้นๆ แต่ไม่ได้คิดถึงความสัมพันธ์ของน้ำหนักกับพลังของรถเลย รถยนต์คันยักษ์กับเครื่อง V8 บางทีวิ่งเร็วกว่ารถญี่ปุ่นเสียอีก นั่นคือตัวอย่างที่เห็นได้ชัด ดังนั้น จึงไม่สามารถวัดได้ว่ารถสองคัน คันใดแรงกว่ากัน หากน้ำหนักของรถมีความต่างกัน ดังเห็นได้จากซูบารุ ผลิตรุ่น Impreza? ในหลายแรงม้า ใน2007 ซึ่งมีหลายช่วง โดยดูจาก kerb weight หรือ น้ำหนักของตัวรถรวมอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ของตัวรถ และน้ำหนักองค์ประกอบอื่นๆ ที่จำเป็นของตัวรถ เช่น น้ำมันเครื่อง น้ำฉีดกระจก น้ำมันเครื่องเป็นต้น ดังนี้
Impreza 2.5i 173hp?????????? มี kerb weight 3067 lbs
Impreza WRX 224hp???????? มี kerb weight? 3296 lbs
Impreza WRX STi 293hp??? มี kerb weight 3351 lbs

และ
Impreza 2.5i = 1:17.72
Impreza WRX = 1:14.71
Impreza WRX STi = 1:11.43
นน.รถ? มาจากจำนวนแรงม้าหารด้วย นน. kerb weight ดังนั้น 173 hp หารด้วย kerb weight? 3,067 lbs จะเท่ากับ 0.0564334 หรือ มาตรฐาน เท่ากับ 1:17.72
หรือ
Impreza WRX STi = 293hp, 3351 lbs kerb weight มีอัตราเร่งของรถที่? 1:11.43
CBR600RR = 118hp, 345 lbs kerb weight มีอัตราเร่งของรถที่ 1:2.93

carbonhood [รถแต่ง] วิธีปรับแต่งรถอื่นๆ ที่ทำให้รถแรงขึ้น

คำตอบอยู่ที่ น้ำหนัก!

จะถูกจะแพงอยู่ที่ นน. ของรถ ในคู่มือกล่าวไว้ว่า ที่ นน. รถทุกๆ? 100 lbs (45 กก.) รถจะมีค่าเฉลี่ยการวิ่งที่ระยะทาง1/4 mile time สำหรับสุดยอดรถแข่ง การเสริมกำลังเครื่องยนต์ และลด นน. ของรถ เป็นการเพิ่มสมการกำลังเครื่องยนต์ และลดสมการ นน. และอัตราการเร่งของรถให้มีสมรรถนะมากขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยากให้รถแรงแค่ไหน หากคุณไม่คำนึกถึงการบรรทุกผู้โดยสารแล้ว ก็เริ่มลด นน. ของตัวรถได้เสียตั้งแต่บัดนี้ ด้วยการเก็บของท้ายรถ และบนเบาะหลังออกให้หมด ยางอะไหล่ กระจกเปลี่ยนเป็นพลาสติกยังได้ ถอดคอนโซลหน้ารถออก พรม ฯ อีกวิธีคือการใช้ฝากระโปรงรถแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ก็จะเห็นภาพกระโปรงรถสีดำๆ นั่นเอง คงมองภาพออกแล้วนะครับ
ฝากระโปรงรถก็แค่เป็นตัวครอบเครื่องยนต์เท่านั้น ไม่ได้มีส่วนช่วยในเรื่องอุบัติเหตุใดๆ เลย ดังนั้นการใช้ฝากระโปรงรถแบบคาร์บอนไฟเบอร์จะลด นน. ลงได้ ประมาณ 4 กก. หรือ 8.8 lbs. ฟังดูน้อยหรือครับ ลองวางกระสอบน้ำตาลจำนวน 4 กระสอบแล้วยกด้วยแขนดู 4 กก. มากอยู่นะครับ
คนทั่วไปมักลืมคำนึงถึงความสำคัญของ นน. ตัวรถ จึงไม่น่าแปลกใจว่าเหตุใดรถแข่งจึงมีตัวรถเป็นแผ่นอลูมินั่มหรือคาร์บอนไฟเบอร์ และไม่มีเบาะผู้โดยสาร หากไม่คำนึงถึงความเหมาะสมอะไร ก็ถอดออกให้หมด เป็นการลด นน. ตัวรถได้ดี กะทะล้อก็ต้องเป็นอัลลอยด์ จะช่วยลดค่าน้ำหนักใต้สปริงของช่วงล่างได้ดีเช่นกัน หรือการเปลี่ยนดิสก์เบรคจากโลหะให้เป็นเซรามิคเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ก็ช่วยลด นน. ได้ (อุปกรณ์มาตรฐานในรถ Porsche บางรุ่น) หากเป็นห่วงเรื่องค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนมาใช้ดิสก์แบบคาร์บอนบริสุทธิ์ก็ได้เช่นกัน

ทางเลือกที่สอง ? ลดการใช้พลังงานเครื่องยนต์

ในความเป็นจริงแล้ว เครื่องยนต์มีเพียงหน้าที่เดียวคือทำให้คุณทะยานไปข้างหน้า และในความเป็นจริงอีกเช่นกันเครื่องยนต์ก็ทำอะไรมากไปกว่านั้นไม่ได้อีกแล้ว แต่ชีวิตจริง เครื่องยนต์กลับทำหน้าที่มากกว่านั้น เครื่องยนต์ทำให้เกิดไฟเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ และในปัจจุบัน เครื่องยนต์ของรถส่วนใหญ่ยังทำหน้าที่ขับเคลื่อนระบบเครื่องปรับอากาศเมื่อรถใช้งานอีกต่างหาก จึงทำให้เครื่องยนต์เกิดการใช้พลังงานจำนวนมาก ในคู่มือกล่าวไว้ว่า การใช้ไดชาร์จทุก 25 amps เท่ากับเครื่องยนต์เสียพลังงานไปแล้ว 1 hp และขณะที่รถวิ่งจะเกิดการใช้พลังงานเครื่องยนต์เพื่อเกิดไฟฟ้ากระแสสลับ5% ?Automobile blog บอกไว้ว่าแรงบิดของรถ? BMW Z4 จะลดลงเมื่อสวิตซ์ตัดคอมแอร์ทำงาน
ลองนึกภาพเครื่องยนต์ 150 แรงม้าที่สวิตซ์ตัดคอมแอร์ทำงาน ในหน้าร้อน พร้อมเปิดวิทยุ เล่น DVD /LCD พร้อมๆ กัน รถคุณจะสูญเสียแรงม้าเพื่อจ่ายไฟไปยังการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เหล่านั้น (ไหนจะพวงมาลัยไฟฟ้า เบาะปรับไฟฟ้า วิทยุ แผงวงจร อีก ฯ) และจะหายไปอีก 1.5 แรงม้าเพราะแอร์ทำงาน ดังนั้นจาก 150 แรงม้า จะเหลือเพียง 140 แรงม้า วิธีแก้คือปิดปุ่ม สวิตซ์ตัดคอมแอร์เสีย หากอากาศภายนอกไม่ร้อนมากก็ไม่จำเป็นต้องใช้ เช่นในหน้าหนาว และลองดูอุปกรณ์ที่แยกชาร์จไฟที่ต้องใช้พลังงานจากเครื่องยนต์ การเปลี่ยนไดชาร์จคุณภาพดีจะสามารถจ่ายไฟได้ดีกว่าเดิม

ชุดสายดิน และอุปกรณ์ตัดความถี่สัญญาณรบกวนไฟกระแสตรงในรถ

อุปกรณ์จำพวกชุดสายดินนับว่าช่วยทำให้กระแสไฟไหลไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ได้เต็มระบบขึ้นสำหรับรถยนต์เก่า เช่น ในมาสด้า รุ่น RX-7 รถมีสมรรถนะมากขึ้นอันมาจากการปรับปรุงชุดสายดิน ชุดอุปกรณ์ตัดความถี่สัญญาณรบกวนไฟกระแสตรงในรถก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เรามักเห็นกัน เนื่องจากเมื่อรถติดเครื่อง จะต้องมีประจุไฟฟ้าเข้าไปในแบตเตอรี โดยมีการแปลงไฟกระแสสลับจากไดชาร์จมาเป็นไฟกระแสตรง ซึ่งทำให้เกิดสัญญาณรบกวนความถี่ต่างๆ กันไป พร้อมกับกระแสไฟ 12 โวลต์นั้น อุปกรณ์นี้มักปรากฏในรูปกล่องพลาสติก คาปาซิเตอร์จะทำหน้าที่กรองความถี่ไม่พึงประสงค์ออก ทิ้งลงกราวด์ไปได้ ทำให้ไฟกระแสตรงในรถมีความราบเรียบมากขึ้น การทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในรถก็มีประสิทธิภาพดีขึ้นด้วย รถยนต์สมัยใหม่จะมีตัวเก็บประจุแล้ว และไม่ต้องกังวลเรื่องการเรียงตัวเก็บประจุแต่ควรคำนึงถึงขั้วของตัวเก็บประจุมากกว่า เนื่องจากไม่ควรต่อวงจรสลับขั้วเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ระบบไฟในรถเกิดปัญหาได้
เทอร์โบและซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ (Supercharger)
ทราบหรือไม่ว่าทำไมเทอร์โบและซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ จึงทำให้รถมีกำลังมากขึ้น เทอร์โบมีรูปร่างเหมือนกังหัน การทำงานจริงๆของเทอร์โบ ก็คือการอาศัยไอเสียที่ออกจากเครื่องยนต์ไปขับล้อเทอร์ไบน์ที่ต่อกับล้ออัดอากาศที่อยู่บนแกนเพลาเดียวกัน ทำให้อัดอากาศเข้ากระบอกสูบด้วยความเร็วสูง ดังนั้นแทนที่จะทิ้งไอเสียไป ก็นำมาใช้ประโยชน์จึงทำให้กำลังของเครื่องยนต์สูงขึ้น ความแตกต่างของสองสิ่งนี้อยู่ที่วิธีในการขับเคลื่อน

เทอร์โบ

turbo [รถแต่ง] วิธีปรับแต่งรถอื่นๆ ที่ทำให้รถแรงขึ้น
ประดิษฐ์ครั้งแรกในปี 1925 โดยวิศวกรชาวสวิส ชื่อ Alfred Buchiเป็นการใช้ของเหลือทิ้ง นำไอเสียมาผ่านกังหันไอเสียหรือเทอร์ไบน์เพื่อให้หมุน กำลังจะนำให้คอมเพรเซอร์ ที่ติดตั้งบนแกนเดียวกันอีกด้านหนึ่งหมุน และอัดอากาศเข้าเครื่องยนต์ ยิ่งแรงดันไอเสียมากเท่าไหร่จะทำให้เทอร์โบหมุมเร็วมากเท่านั้น แต่ก็ควรระวังเรื่องTurbo Lag หรืออาการรอรอบเทอร์โบในขณะถอนคันเร่งด้วย ขณะที่เราเร่ง จะมีลมและไอเสียเข้ามามาก การรอรอบระหว่างอัตราเร่งและขณะถอนใบพัดหมุนอาจต่างกันได้ ข้อดีของเทอร์โบคือการใช้ของไร้ประโยชน์มาสร้างกำลังให้รถ เทอร์โบสามารถหมุนได้ถึง 150000 รอบต่อนาทีและเพราะการนำเอาลมเสียมาใช้ประโยชน์นี้ ทำให้มีความร้อนสูงถึง 800 องศาเซลเซียสได้ในบางครั้ง
รูปแสดงให้เห็นถึงภาพบตัวขวางของเทอร์โบ การไหลเวียนของก๊าซเสียผ่านส่วนสีน้ำตาลบริเวณด้านหลัง ผ่านใบพัดเทอร์ไบน์ และส่งให้เพลาหมุน

ระบบการลดอาการรอรอบเทอร์โบ

อย่างที่ได้กล่าวไว้แล้วว่าอาการรอรอบนั้นเกี่ยวเนื่องกับเวลา ระบบการลดอาการรอรอบเทอร์โบ จึงจะมาช่วยให้ระยะเวลาการรอรอบน้อยลง ทำให้เทอร์โบมีการบูสต์ตลอดเวลา ระบบนี้ เป็นการเพิ่มอากาศเข้าไป เพื่อที่จะให้ไอเสียไปปั่นเทอร์ไบน์ และจะเข้าไปในห้องเผาใหม้มากขึ้น อาจสูงถึง 200-1000 องศาเซลเซียส
Dump valves
เป็นอุปกรณ์ช่วยระบายแรงดันส่วนเกินในขณะที่ถอนคันเร่งกระทันหันหรือในช่วงเปลี่ยนเกียร์ ไม่ให้แกนเทอร์โบขาด และบูสท์ได้ต่อเนื่อง เป็นการรักษารอบการหมุนของแกนเทอร์โบไว้เพื่อการกดคันเร่งซ้ำ เพราะกว่าเทอร์โบจะบูสท์อีกครั้งอาจจะต้องใช้เวลาจำนวนหนึ่ง dump valve จะทำให้ช่วงเปลี่ยนเกียร์บูสท์ได้ต่อเนื่องกว่า? เพราะจะระบายแรงดันส่วนเกินกลับไปที่ท่อก่อน และรถที่มีการติด? dump valve จะมีเสียงดัง ฟีชชช

ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์

twinscrew [รถแต่ง] วิธีปรับแต่งรถอื่นๆ ที่ทำให้รถแรงขึ้น
ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ทำหน้าที่อัดอากาศหรือเพิ่มปริมาณอากาศเข้าไปในห้องเผาไหม้มากกว่าปกติ โดยการใช้กำลังของเครื่องยนต์จากเพลาข้อเหวี่ยงเป็นตัวหมุนตัว แล้วอัดอากาศผ่านสายพานหรือชุดเฟืองหรือชุด เกียร์เพื่อทำให้อากาศจากบริเวณรอบๆ มีแรงดันที่สูงขึ้น และไหลแรง และเร็วขึ้น? การมีซุปเปอร์ชาร์จเจอร์จะทำให้ไม่เกิด lag เมื่อเครื่องยนต์มีการเร่งการทำงานซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ก็จะเร่งด้วยเพราะเป็นการติดเชื่อต่อกันโดยตรง นี่คือข้อดีของซุปเปอร์ชาร์จเจอร์แต่ก็มีข้อเสียเช่นกัน คือใช้กำลังของเครื่องยนต์มาปั่นใบพัด ทำให้สิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์ในยุคปัจจุบันจะมีขนาดกระทัดรัดและสามารถติดตั้งอยู่ได้ทั้งด้านบน หรือถัดจากท่อสูบ โดยทั่วไปจะเป็นแบบ? twin-screw supercharger ซึ่งจะมี interlocking Archimedes screw compressors 1 คู่ ดังภาพด้านขวา เพื่อดูดอากาศเข้าและอัดอากาศในเวลาเดียวกัน Centrifugal superchargers จะเป็นการผสมผสานระหว่าง เทอร์โบกับ? twin-screw superchargers เป็นการขับเคลื่อนให้หมุนไปตามรอบเครื่องยนต์โดยตรงตั้งแต่เครื่องยนต์เริ่มหมุน ซุปเปอร์ชาร์จเจอร์แบบเก่าหรือคลาสสิคจะพบได้ในรถอเมริกันปี 70 ที่มีช่องแอร์และสายพานใหญ่ๆ

supercharger [รถแต่ง] วิธีปรับแต่งรถอื่นๆ ที่ทำให้รถแรงขึ้น

การพันท่อไอเสียด้วยผ้า

exhaustwrap [รถแต่ง] วิธีปรับแต่งรถอื่นๆ ที่ทำให้รถแรงขึ้น
การพันท่อไอเสียด้วยผ้าเพื่อป้องกันหรือลดการถ่ายเทความร้อนของท่อไอเสียและอากาศโดยรอบ โดยหลักแล้วอากาศร้อนจะวิ่งไปสู่อากาศเย็น ร้อนมากวิ่งเร็วมาก หากให้ท่อเปลือยโดนอากาศ ตั้งแต่หัวจรดปลาย ท่อจะเย็นลง และจะเปลี่ยนความร้อนกับอากาศในห้องเครื่องยนต์ ทำให้ร้อนขึ้น ผ้าจึงคิดว่าทำเพื่อไม่ให้อากาศถ่ายเทอากาศมากเกินไป คือความร้อนจะค่อยๆ แผ่มาข้างนอกอย่างช้าๆ?? สำหรับรถเทอร์โบ นับว่าช่วยให้รถแรงขึ้นได้เพราะใบพัดจะหมุนเร็วขึ้น หมายถึงการมีแรงไปทำให้เครื่องยนต์แรงขึ้น จะเห็นว่าทุกอย่างสัมพันธ์กันนะครับ อินเตอร์คูลเลอร์ก็มีหน้าที่ระบายความร้อนของอากาศที่ผ่านมาจากเทอร์โบ ใช้น้ำหรืออากาศภายนอกเป็นตัวถ่ายเทความร้อนของอากาศ (Heat Exchanger) จากเทอร์โบ เมื่ออากาศเย็นลงความหนาแน่นของอากาศจะเพิ่มขึ้น และเพราะอุณหภูมิที่ลดลง ทำให้โมเลกุลอากาศหดตัว ที่ปริมาตรพื้นที่

หัวเทียนเดิม ทำให้แรงได้

หัวเทียนเดิม ทำให้แรงได้ ไม่ต้องเปลืองตังซื้อของแต่งก็ได้


หัวเทียนเดิม ทำให้แรงได้ ไม่ต้องเปลืองตังซื้อของแต่งก็ได้

ลักษณะกระแสไฟของเิมและของ DIY
 

          ว่าด้วยเรืองของหัวเทียน ขาซิ่งส่วนใหญ่ก็จะไปหาซื้อหัวเทียนแต่งที่มีมากมายในท้องตลาดไม่ว่าจะเป็น NGK,HKS,BOSCH,DENSO เป็นต้น แต่วันนี้ในคอลัมน์ DIY เราจะมาทำหัวเทียนเดิม ให้มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับหัวเทียนแต่งกันเลย ซึ่งมันทำแล้วดียังไงและมันมีวิธีหรือขั้นตอนการทำอย่างไรเราไปดูกันเลย

อุปกรณ์ที่ต้องใช้ก็มีแค่ หินเจียร หรือ ตะไบ ก็พอแล้วครับ


ลักษณะของหัวเทียนก่อนทำและหลังทำ
 
 
ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากเกินความสามารถแน่นอน

          นำหินเจียรหรือตะไบ ที่เราเตรียมไว้ ค่อยๆตัดหรือตะไบ ตรงเขี้ยวของหัวเทียนให้ขาดออกไปเลย โดยที่วัดมุมเขี้ยวหัวเทียนที่ตัดออกให้ได้ประมาณ 45 องศา ตามรูป จากนั้นใช้ตะไบลบขอบลบมุมที่ดูมันจะคมออกให้เนียนที่สุด เพียงแค่นี้หัวเทียนเดิมๆของคุณ ก็จะกลายเป็นหัวเทียนที่มาการจ่ายกระแสไฟที่แรงขึ้นเทียบเท่ากับหัวเทียนแต่งยี่ห้อต่างๆได้เลย

 
 
 
 


          (ข้อควรระวัง)ในการทำ ในขณะที่เจียรหรือตะไบตัดเขี้ยวหัวเทียนออก ต้องมีความใจเย็นเอามากๆ เพราะถ้าใจร้อนเกิดตัดลงลึกแล้วไปโดนตัวจ่ายกระแสไฟคงงานเข้าแน่ๆ และการตัดเขี้ยวออกต้องกะให้พอดีนะครับ ถ้าตัดเยอะเกินไปทำให้ไฟแก่มาก รถจะวิ่งไม่ออกเอานะครับแนะนำควรค่อยๆเอาออกทีละนิดจะดีกว่า

ข้อดีที่ได้รับ
  1. รถสตาร์ทติดง่าย
  2. เสียงของเครื่องยนต์จะมีความรู้สึกแน่นขึ้น
  3. มีอัตราเร่งที่ดีขึ้นแบบว่ารู้สึกได้เลย ยิ่งในช่วงรอบกลางถึงรอบปลายจะรุ้สึกได้อย่างชัดเจน
  4. การกินน้ำมันลดลง เนื่องจากการใช้คันเร่งที่น้อยลงแต่สามารถได้ความเร็วที่เท่าเดิม

          นี้ก็เป็นการ DIY หัวเทียนเดิมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ไม่ยากอย่างที่คิด แต่ก็ไม่ได้ง่ายสักเท่าไร หวังว่าคงจะได้ลองทำกันดูเพื่อเพิ่มความแรงของรถคูณขึ้นมาได้ และคอลลัมนี้ก็ต้องจบเพียงเท่านี้ ติดตามงาน DIYเจ๋งๆได้ในคลัมน์หน้าทาง BoxzaRacing.com นะครับ

9 วิธีที่จะทำให้มอเตอร์ไซค์ของคุณเร็วมากขึ้น

9 วิธีที่จะทำให้มอเตอร์ไซค์ของคุณเร็วมากขึ้น

3Js-Track-Day-2-770x440
ในการขับขี่มอเตอร์ไซค์โดยปกติแล้ว เมื่อเรามีความคุ้นเคยกับรถของเราได้สักพักก็จะรู้สึกได้ว่า “มันยังเร็วไม่พอ” มันควรจะไปได้เร็วกว่านี้ และนี้เป็น 9 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้รถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ นั้นรวดเร็วขึ้น
9.เปลี่ยนท่อ

วิธีที่ง่ายที่สุดของการปรับแต่งรถมอเตอร์ไซค์ก็คือการเปลี่ยนปลายท่อ เพื่อให้อากาศที่ระบายออกมานั้นมีความโล่ง ระบายได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของท่อแต่ค่ายที่ผลิตออกมานะครับ ว่าจะทำให้รถของเพื่อนๆ นั่นปล่อยไอเสียได้รวดเร็วขนาดไหน แต่สิ่งที่ตามมาอย่างแน่นอนเลยคือการหลุดประกันจากศูนย์บริการ แต่ทั้งนี้บางค่ายผู้ผลิตก็มีท่อแต่งตรงรุ่น ที่จะทำให้อายุของการประกันนั้นยังคงอยู่ ยังไงต้องไปลองหาวิธีกันดูนะครับ
8.เปลี่ยนระบบช่วงล่าง

เริ่มใช้เงินมาขึ้นมาอีกนิดสำหรับการปรับเปลี่ยนเรื่องของระบบกันสะเทือนหรือระบบช่วงล่าง โดยที่ระบบช่วงล่างที่ว่านี้ก็จะทำให้เพื่อนๆ นั่นมั่นใจในการขับขี่มากขึ้น ด้วยระยะการยุบตัวคืนตัว หรือความนุ่มนวลของการซับแรงกระแทกที่เกิดขึ้นในยามขับขี่ ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าระบบกันสะเทือนที่ติดมากับตัวรถนั้นไม่ดีนะครับ ทางค่ายผู้ผลิตนั้นเค้าคิดมาดีแล้วถึงได้เลือกระบบกันสะเทือนแบบนี้มาใส่ในรถรุ่นนั้นๆ ส่วนใครอยากจะเปลี่ยนก็สามารถทำได้แล้วแต่กำลังทรัพย์
7.จ้างมืออาชีพในการเช็ทอัพรถ

ไปให้สุดด้วยการจ้างทีมงานช่างเองซะเลย ด้วยระบบการทำงานแบบมืออาชีพนั้นย่อมดีกว่ามือสมัครเล่นอยู่แล้ว แน่นอนว่าทีมงานระดับนี้จะสามารถช่วยเหลือคุณได้ในเรื่องของการปรับแต่งรถให้เข้ากับตัวผู้ขับขี่ให้มากที่สุด รวมไปถึงการเก็บสถิติในการขับขี่แต่ล่ะครั้งของเรา เพื่อทำการแก้ไขปรับปรุงการขับขี่ของเราให้ดีขึ้นกว่าเดิม
6. เปลี่ยนวงล้อให้มีน้ำหนักที่เบากว่าเดิม
เพื่อนๆ หลายๆ คนคงสงสัยว่ามันเกี่ยวด้วยเหรอ แค่เปลี่ยนล้อมันจะทำให้วิ่งเร็วขึ้นได้อย่างไร ขอบอกเลยนะครับว่ามันเกี่ยวสุดๆ เลย เพราะวงล้อเป็นสิ่งที่ใครหลายๆ คนมักจะมองข้ามกันไป ขอเพียงแค่มันสามารถรับน้ำหนักตัวรถได้ วิ่งแล้วล้อไม่เบี้ยวก็ไม่น่ามีปัญหา แต่ถ้าหากวงล้อของเพื่อนๆ นั้นมีน้ำหนักที่เบากว่าอันเดิม นั้นก็คือน้ำหนักโดยรวมของตัวรถนั้นได้ถูกปรับเปลี่ยนไป และน้ำหนักของตัวรถนั้นก็จะสัมพันธ์กับแรงม้าที่ได้จากเครื่องยนต์ ยิ่งตัวรถมีน้ำหนักเบาเท่าไหร่แรงม้าก็จะแบกน้ำหนักที่น้อยลงจากเดิม ดังนั้นแล้วการลดน้ำหนักก็มีส่วนอย่างมากที่จะทำให้รถมอเตอร์ไซค์นั้นไปได้เร็วกว่าเดิม
5.เลือกยางคุณภาพที่เหมาะสมกับการใช้งาน

ตรงจุดนี้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่หลายๆ คนมองข้ามกันไป มันมีความสำคัญมากเลยทีเดียว “เพราะยางเป็นเพียงส่วนเดียวของตัวรถที่ติดกับพื้น” เพื่อนๆหลายคนอาจจะเลือกยางที่ขอแค่มีดอกยางเต็ม ลายสวย เข้ากับตัวรถก็น่าจะเพียงพอ แต่ความเป็นจริงแล้วนวัตกรรมของยางรถมอเตอร์ไซค์และรถยนต์นั้นไปไกลกว่าจุดที่เราเคยรู้ โดยมีทั้งยางธรรมดา ยางประหยัดน้ำมัน และยางสำหรับการแข่งขัน ดังนั้นแล้วการเลือกยางที่เหมาะสมกับรูปแบบของการใช้งานของเราก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน
4.เปลี่ยน ดีสก์เบรกใหม่

แค่การเปลี่ยนผ้าเบรคหรือสายเบรกใหม่นั้น อาจจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ความมั่นใจในการชะลอรถของเพื่อนๆได้ การเปลี่ยนขนาดของดีสก์เบรก ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น หรือทำให้มีน้ำหนักที่เบากว่าที่ติดตั้งมาจากโรงงาน ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ยิ่งเรามั่นใจในการเบรก เราก็จะมั่นใจในการใช้ความเร็ว มันส่งผลอย่างแน่นอนครับ
3.ปรับแต่งหรือสร้างเครื่องยนต์เองซะเลย

เรื่องนี้อาจจะต้องพึ่งพาคนที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของเครื่องยนต์กลไกสักหน่อยนะครับ คนที่ไม่มีความรู้ไปทำสุ่มสี่สุ่มห้า อาจจะต้องซื้อเครื่องใหม่หรือรถคันใหม่เลย ซึ่งในยุคปัจจุบันนี้เป็นเรื่องง่ายมาก ยิ่งอยู่ในเมืองใหญ่ที่มีบรรดาสำนักแต่งเครื่องยนต์เปิดกันอยู่มากมายแล้ว การขี่รถเข้าไปเพื่อให้ช่างผู้ชำนาญปรับแต่งให้มันเป็นเรื่องที่ง่ายดายเสียจริงๆ หรือหากยังไม่สาแก่ใจเรา ก็สร้างเครื่องยนต์ขึ้นมาเองซะเลยจะเอาม้ากี่ตัว จะเอาแรงบิดเท่าไหร่ สเปกไหน ช่างไทยทำได้ทุกอย่างครับ
2.ซื้อรถแข่งในสนามขี่

แน่นอนว่าสเปกรถ Production และรถ Stock นั้นมีความแตกต่างแน่นอนถึงแม้ว่าจะเป็นรถรุ่นเดียวกันก็ตาม ดูอย่าง Ducati Panigale R เครื่องยนต์ขนาด 999.8 ซีซี ที่ใช้ในการแข่งขัน WSBK นั้นจะมีขนาดเครื่องยนต์ที่เท่ากันกับเจ้า Panigale R ที่วางขายอยู่ในโชว์รูมทั่วไป แต่ด้วยวัสดุที่ดีกว่า การปรับจูนแรงม้าและแรงบิดที่สูงกว่า มันก็จะแรงกว่าโมเดลธรรมดาๆ ที่วางขายอยู่อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่แตกต่างกันเป็นอย่างมากก็คือเรื่องของราคามันนั่นเอง ที่อาจจะต้องกระเป๋าฉีกไปเป็นปีๆ กว่าจะได้มันมาขับสักคัน
1.ลงเรียนคอร์ส Racing

วิธีที่ง่ายแบบสุดๆ เลยก็คือการไปเรียนรู้ด้วยตัวเอง โดยมีผู้ชำนาญการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด วิธีนี้เราจะได้เรียนรู้ถึงทักษะทั้งระดับพื้นฐานและระดับแอดวานซ์ที่สามารถนำมาใช้งานได้จริงในสนามการแข่งขัน แถมยังสามารถปรับไปใช้ในการขับขี่บนท้องถนนสาธารณะได้อีกด้วย ยิ่งเรียนมากก็ยิ่งมีวิชามาก แต่อย่าเอาวิชาไปลองผิดที่ผิดเวลานะครับ เดี๋ยวจะไม่ได้ขี่รถกันยาวๆ
เป็นยังไงกันบ้างครับกับ 9 วิธีง่ายๆ ที่จะทำให้รถมอเตอร์ไซค์ของเพื่อนๆ นั้นรวดเร็วมากขึ้น ทั้งหมดนี้ขอให้เพื่อนตั้งทุกอย่างอยู่บนความปลอดภัย มีของก็เอาของไปอวดในที่ที่ถูกที่ควรนะครับ อย่างเอาไปโชว์กันบนท้องถนนสาธารณะ สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้คนที่ใช้ถนนทั่วไป อย่าให้ใครมาว่าเราได้ว่าเป็นไบค์เกอร์กวนเมืองนะครับ

วิธีทำเครื่องรถ


 วิธีทำเครื่องรถ

บอกไว้ก่อนเพื่อคนอื่นมาช่วยตอบ solo r คือ มอเตอร์ไซค์มินิของ stallions เค้า
ส่วนที่ว่า ถ้าเพิ่มขนาดยางให้ใหญ่ขึ้นจะช่วยให้เร็วขึ้นเกรงว่ามันจะได้ตรงกันข้ามครับ
แรงเสียดทานที่หน้ายางมากขึ้นเครื่องยนต์ก็ต้องใช้แรงมากขึ้น

ส่วนต่อไปนี้คือความคิดเห็นส่วนตัวของผมถ้าล่วงเกินก็ขออภัย

เครื่องยนต์ 125 cc มันไม่ได้พละกำลังเยอะอะไรขนาดนั้น ไม่เหมือนพวก bigbike หรือ superbike
ที่เครื่องมีพละกำลังที่สูงจนต้องใช้ขนาดหน้ายางที่ใหญ่เพื่อให้กำลังของเครื่องยนต์ลงพื้นได้เต็มๆ
ที่เค้าเรียกว่า "ม้าลงพื้น"ในภาษามอเตอร์ไซค์บ้านเรา เพราะถ้าเครื่องแรงแต่แต่แรงเสียนทานที่ยาง
น้อยจนเกินไปก็จะเกิดการฟรีทิ้ง ซึ่งไร้ประโยชน์ เพราะเครื่องยนต์ไม่สามารถส่งกำลังลงพื้นได้เต็มที่
หรืถ้าไปได้แต่พอถึงจุดๆหนึ่งที่กำลังของเครื่องยนต์ชนะแรงเสียดทานของยางและพื้นก็จะเกิดการฟรีทิ้งอีกเหมือนเดิม

ฉะนั้นเครื่องยนต์ 125 cc อยากจะให้ความเร็วปลายไหลดีขึ้นโดยโฟกัสไปที่ล้อเหมือนที่เจ้าของกระทู้ต้องการ
มีแต่ต้องลดขนาดหน้ายางลงเพื่อลดแรงเสียดทานลง (เหมือนพวก แว๊น พวกแต่งซิ่ง ทำกัน)

ส่วนถ้าจะให้ 125 cc แรงก็สูตรง่ายๆที่พูดถึงกันบ่อยๆที่ไปถามที่ไหนก็ได้มาแบบนี้
1 ขยายความจุกระบอกสูบ
2 พอไอดีเข้าได้เยอะ = ไอเสียก็เยอะตามต้องระบายให้ทัน ก็ไม่พ้น "ท่อ"
3 กลัวคาร์บูร์เดิมจะจ่ายน้ำมันไม่ทันหรือไม่คล่องก็คงไม่พ้น dash หรือ n-pro (จะใช้ n-pro ต้องทำมาเยอะจริงๆ)
4 กระบอกสูบกว้างไอดีหนาแน่นกลัวจุดระเบิดไม่ทัน กล่องไฟ และ หัวเทียน แต่ง ช่วยท่านได้
5 ถ้าจะเน้นความเร็วปลายจริงๆแนะนำทดสเตอช่วย แต่จะเสียต้นไปเลย
6 โอ้ไหนๆก็ขยายความจุแล้ว เดี๋ยวตกม้าตายอย่าลืม ขยายพอร์ตไอดีไอเสียด้วย
7 กลัวการทำงานของวาล์วไม่สัมพันธ์กับความจุ แคมชาร์ปแต่งช่วยท่านได้
8 ไอดีมากขึ้นก็จุดระเบิดรุนแรงขึ้นความร้อนก็มากขึ้น oil cooler ช่วยท่านได้

ถ้าอยากแรงให้พังไปข้างนึงเลย แนะนำให้ยืดชักด้วย จะได้แรงสมใจอยากเพราะกำลังอัดจะถูกบีบให้สูงขึ้น
เป็นผลพวงให้เครื่องพังง่ายขึ้น เพราะรับแรงอัดและความร้อนที่สูงขึ้นไม่ไหว 
ปะเก็นขาดบ้าง ลูกทะลุบ้าง ก้านสูบขาดบ้าง ยืดชักเนี่ยแหละตัวทำเครื่องพังเลย 
ถ้าจะแต่งจริงอย่าไปยุ่งกับระยะชักดีที่สุด ที่เหลือก็ตามสบายครับ 

ถ้าจะแต่งจริงนิดๆหน่อยๆไม่เป็นไรหรอกครับ แต่เครื่องจักรมันก็มีขีดจำกัดของมันนะครับ หามันให้เจอ
จะให้รถ 125 cc วิ่งให้เท่า 250 cc เห็นแค่นี้ผมก็อยากร้องไห้แล้วครับเพราะมัน ฟ้ากับเหวชัดๆ
ถึงทำได้ก็คงเป็นเครื่องใช้แล้วทิ้ง 

มอเตอร์ไซค์เป็นเรื่องของความไม่พอมือซะส่วนใหญ่แล้วก็ติดปัญหาการเงินที่ไม่สารถออกรถตัวแรงๆได้
จนมาลงกับรถที่ตัวเองมีในครอบครองโดยมีความหวังว่าจะให้มันแรงไปมากกว่านี้
ขอไว้อาลัยให้แก่ผู้ที่โดนสายลมแห่งความเร็วหลอกล่อ  (ซึ่งผมก็เป็นแต่ต้องยั้งใจให้ได้)

วันจันทร์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2561

เเต่งรถเก่ง

ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง รถยนต์จะดูสวยงามได้ก็ต้องผ่านการตกแต่งให้ดูดีมีสไตล์เช่นกัน แม้ปัจจุบันรถหลายรุ่นจะถูกตกแต่งมาเสร็จให้ดูสวยงามลงตัวมาจากโชว์รูมแล้วก็ตาม การแต่งรถให้ดูโดดเด่นและแตกต่างไปจากสภาพเดิมๆก็ยังคงได้รับความนิยมเช่นเดิม ซึ่งการแต่งรถนั้นมีอยู่หลายแบบหลายสไตล์ด้วยกัน วันนี้เราได้นำ 5 สไตล์การแต่งรถที่เป็นที่นิยมในบ้านเรามาให้ดูกัน..ใครชอบแบบไหน ดูไว้เป็นแนวทางได้เลย
JDM Style :  JDM ย่อมาจากคำว่า (JAPAN DOMESTIC MARKET) ซึ่งก็คือรถยนต์ที่มีจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง สรุปแล้วการแต่งไตล์ JDM คือการทำให้รถที่มีจำหน่ายอยู่ในบ้านแปลงร่างเป็นเวอร์ชั่นญี่ปุ่นให้ได้มากที่สุด ซึ่งถือเป็นสไตล์การแต่งที่ได้ความนิยมในบ้านเราอย่างมาก ซึ่งสาเหตุที่ทำให้คนไทยชอบแต่งสไตล์นี้น่าจะมาจากพื้นฐานรถยนต์ในบ้านเรามีสเปคที่ใกล้เคียงกับญี่ปุ่น จะเปลี่ยนเล็กเปลี่ยนใหญ่ หรืออัพเกรดแบบยกชุด ในบ้านเราก็มีเชียงกงให้ค้นหาอะไหล่ญี่ปุ่นอยู่หลายแห่งด้วยกัน หรือไม่ก็สั่งตรงจากพี่ยุ่นกันไปเลย ความสนุกของการแต่งรถแนวนี้คือการได้ตามหาอะไหล่ต่างๆที่บางชิ้นจัดเป็นแรร์ไอเทม (Rare Item) ไปแล้ว ยิ่งหายากยิ่งมีค่าทั้งทางจิตใจและมีมูลค่าสูง ใครหาได้มาถือว่าเทพ ตรงนี้แหละคือไฮไลท์ที่ทำให้การตกแต่งรถสไตล์ยุ่นเป็นที่นิยมมาโดยตลอด เพราะไม่ใช่แค่มีเงินจะแต่งได้ แต่ต้องมีความพยายามในการไล่ล่าหาของกันอีกด้วย
นอกจากชิ้นส่วนอะไหล่สเปคโรงงานที่บ้านเกิดแล้ว การเพิ่มของเล่นจากสำนักแต่งยุ่นแท้ๆเข้าไปถือเป็นอีกสเต็ปที่นิยมทำกัน เพราะมีของซิ่งให้เล่นมากมายทั้งอัพเครื่อง เซ็ทช่วงล่าง ไปจนถึงบอดี้พาร์ท และอื่นๆอีกเพียบแค่จัดให้ตรงรุ่นตรงแบรนด์รับรองเจ๋งสุด ที่สำคัญการตกแต่งสไตล์ JDM นั้นไม่จำกัดยี่ห้อไม่จำกัดรุ่น ไม่จำเป็นรถสปอร์ต หรือซุปเปอร์ ขอให้ศึกษาและหาของให้ตรงรุ่นพอ ซึ่งในบ้านเราจะมีสาวก Honda ที่นิยมแต่งสไตล์นี้มากที่สุด โดยเฉพาะ Civic ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่มีให้เห็นเพียบ
VIP Style : คือ การตกแต่งรถแนวเลิศหรูอลังการณ์ โหลดเตี้ยล้อโต..พร้อมประเคนออฟชั่นแบบเว่อร์วัง ซึ่งเป็นอีกสไตล์การตกแต่งที่ในบ้านเรานิยมมาก อันจะเห็นได้จากเหล่าสมาชิก VIP Club ที่แตกแขนงกันออกมาทั้งรถเล็กและรถใหญ่ คอนเซ็ปของการตกแต่งสไตล์นี้มีต้นตำหรับมาจากแดนปลาดิบ ซึ่งรถที่นำมาแต่งส่วนใหญ่จะเป็นรถขนาดใหญ่พวก Midsize Sedan เช่น Honda Accord, Toyota Camry หรือ Nissan Teana ไปจนถึงพวก Luxury Saloon อย่างพวก Lexus GS เป็นต้น ซึ่งในบ้านเราได้นำแนวการแต่ แบบ VIP มาทำกันในรถทุกขนาดไซด์แบบไม่จำกัด
รถที่แต่งแนว VIP ที่เน้นอย่างแรกคือสีตัวถังถ้าไม่เน้นสีที่เรียบหรูดูดีมีสไตล์ ก็ต้องสีเจ็บๆเงาๆเหมือบมุขเยอะ สียิ่งแปลกยิ่งโดน ภายในห้องโดยสารต้องหรูสมกับ VIP ไม่ว่าจะเป็นเบาะหนังหรือขนสัตว์ ประดับด้วยคริสตัล Swarovski สักหน่อย หรือจะเพิ่ม TV ตู้เย็น และออฟชั่นระดับไฮคลาสเข้าไปยิ่งดูเริ้ด..สำหรับการแต่งรถแนวนี้
สุดท้ายที่ขาดไม่ได้คือ ล้อต้องใหญ่และแววับ จะเป็นล้อโครเมี่ยมหรือปัดเงาก็เลือกเอาตามสะดวก แต่ขนาดไซด์ต้องสัก 20-22 นิ้วกำลังสวย บวกกับตัวถังที่ต้องเตี้ยเลี่ยดิน ซึ่งส่วนใหญ่ต้องเปลี่ยนช่วงเป็นแบบถุงลมเพื่อให้ปรับระดับความสูงได้ บวกกับชุดบอดี้พาร์ทชัดใหญ่สักชุด เวลาจอดกองอยู่กับพื้นยิ่งดูเท่มากๆสำหรับการแต่งรถสไตล์ VIP
Flush Style : เป็นการแต่งรถสไตล์ Flush จะเน้นที่การจัดวางล้อ หรือ Stant N’ Fitment ให้พอดีกับตัวถังโดยไม่ยื่นออกมานอกซุ้มล้อ ซึ่งแตกออกมาได้หลายแบบขึ้นอยู่กับขนาดและออฟเซ็ทของล้อแม็ก ขนาดยาง ความเตี้ยของตัวรถ ไปจนถึงมุมองศาของล้อที่ทำการ Fitment ที่แตกต่างกัน
การแต่งรถแนว Flush คือการใช้ล้อหน้ากว้างบวกกับยางหน้าแคบ หรือที่เรียกกันว่า “ล้อกว้าง ยางดึง” ซึ่งทำให้ขอบแม็กล้นออกมาเลยขอบยาง แล้วทำการโหลดให้ขอบยางด้านนอกลงมาเฉียดกับซุ้มล้อด้านใน โดยการปรับองศาล้อ หรือ มุมแคมเบอร์ช่วย
– Hella Flush จะเป็นการแต่งที่นิยมมากที่สุดในกลุ่ม Flush ซึ่งจะโหลดกับล้อหน้ากว้างมากๆรัดด้วยยางหน้าแคบ แล้วโหลดลงมาให้เตี้ยจนยางเบียดกับซุ้มล้อให้มากที่สุด โดยใช้การแบะล้อช่วยในกรณีที่ล้อยื่นออกมานอกรถ (ยิ่งเฉียด ยิ่งแบะ ยิ่งเท่)
– Hella Fail จะเป็นการโหลดคล้ายๆกับ Hella Flush แต่จะแบะล้อให้เอียงมากกว่า ไปจนถึงเอียงแบบสุดๆ บางงคันโหลดจนดูเหมือนจะแบนราบไปกับพื้นเลยทีเดียว แบบนี้จะนิยมทำกันเฉพาะกลุ่มเท่านั้น
– Maxi Flush คือการใส่ล้อผิดออฟเซ็ทเข้ากับยางหน้ากว้างและทำให้ล้อยื่นออกมานอกตัวถัง ทำให้ไม่สามารถ Fitment ได้ ซึ่งการโลหดลักษณะนี้ที่จริงและไม่ถือว่าเป็นสไตล์ Flush แต่จะออกแนวรถแดร็ก หรือพวกแต่งแนว Retro มากกว่า
ส่วนพวกที่โหลดโดยใส่ล้อที่มีความสูงและออฟเซ็ทเท่าขนาดแสตนดาร์ด (Storck) และไม่มีการปรับองศาล้อแต่อย่างใดนั้น แบ่งออกเป็นการโหลดแบบ Dropped ซึ่งคือการโหลดด้วยสปริงค์โหลด แบบนี้ตัวรถจะเตี้ยลงมาเล็กน้อยประมาณ 1.5 – 2 นิ้ว
แบบโหลดด้วยโช็คอัพแบบสตรัท ซึ่งโหลดลงมาให้เตี้ยกว่าแบบแรกแต่ไม่มากนัก ซุ้มล้อจะปริ่มขอบยางเล็กน้อย แบบนี้เรียกว่า (Dropped) เช่นกัน แต่ถ้าปรับโหลดให้เตี้ยลงมาแบบสุดๆ จนซุ้มล้อลงมาระดับขอบแม็กโดยที่มุมล้อยังตั้งตรงอยู่ แบบนี้จะเรียกว่า (Slammed)
USDM Style : คือการแต่งรถ “สไตล์อเมริกา” (UNITED STATED DOMESTIC MARKET) ที่เน้นสีสันและความคลีนของตัวรถและห้องเครื่อง ซึ่งคอนเซ็ปการปรับแต่งก็จะคล้ายกับ JDM แต่เป็นการทำรถตามแบบรถสเปคอเมริกา โดยการแต่งรถสไตล์นี้ อะไหล่ที่เปลี่ยนแต่ละชิ้นต้องเป็นสเปคอเมริกา บวกความตัวรถที่โหลดเตี้ย และตัวถังที่เน้นความเรียบหรูดูสะอาดตา ไปจนถึงเครื่องยนต์ที่ต้องเก็บงานได้อย่างเรียบร้อยและลงตัวไม่รกตา เพียงเท่านี้คุณสามารถแปลงกายรถคุณให้ดูดีมีสไตล์ได้ไม่ยากเย็น จึงเป็นสไตล์แต่งรถที่นิยมอีกรูปแบบหนึ่งเช่นกัน

Street Weapon :  ถือเป็นสไตล์การแต่งรถที่เพิ่งได้รับความนิยมในบ้านเราและต่างแดนได้ไม่นาน แต่กระแสเปรี้ยงปร้างไม่แพ้การแต่งรถแนวอื่น การแต่งรถสไตล์นี้จะเน้นไปที่บอดี้พาร์ทสไตล์รถสนาม โดยเฉพาะหางหลัง (Rear Wing) ขนาดใหญ่ ซึ่งมีทั้งแบบแต่งสวยดุเพื่อใช้งานปกติ (Steert Use Weapon) อันนี้ขอแค่ชุดพาร์ทโหดๆกับแม็กและยางซอฟท์อวบๆเท่านี้ก็หล่อแล้ว กับสายแรงที่ชอบวัดกันด้วยความแรงเท่านั้นไม่พอ ต้องขอแต่งเต็มไว้เผื่อโดดลงสนามในวันว่าง อันนี้เครื่องต้องสุด ช่วงล่างต้องหนึบ ตัวถังล้อและยางต้องรีดน้ำหนักให้เบาสไตล์ตัวแข่งถึงจะเรียกว่า Street weapon ตัวจริง

เเต่งรถ

ในวันนี้ทางเรา จะมาพูดถึงรายละเอียดในการตกแต่งรถเบื้องต้น สำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่อยากจะเริ่มต้นหัดแต่งรถ แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน กันดีใช้งบสักเท่าไร วันนี้ลองมาดูรายละเอียดกันคร่าวๆ ได้เลย
2014-Option-Fest16
1. เริ่มการตกแต่งจาก body part ภายนอก ในส่วนนี้นั้น อาจจะเริ่มต้นได้ตั้งแต่ การเปลี่ยนล้อแม็ก ซึ่งก็มีหลากหลายราคา ทั้งงานไทย จีน ไต้หวัน งานแท้ไม่ว่าจะทางฝั่งญี่ปุ่น หรือ ยุโรป ซึ่งราคานั้นนอกจากคุณภาพงานแล้วก็ยังขึ้นกับขนาดของวงล้อด้วย ซึ่งราคาอาจเริ่มสตาร์ทที่ไม่กี่พันบาทจนไปถึง หลักหมื่นกันเลยทีเดียว แล้วถ้าหากคุณเปลี่ยนไซส์ล้อ ก็จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนยางด้วยเช่นกัน ซึ่งราคา ก็จะอยู่ตั้งแต่พันต้นๆ ไปจนถึงพันปลายๆ เลยทีเดียว
2014-Option-Fest15
นอกจากนั้น ก็อาจจะเป็นชุด Body Part รอบคัน ซึ่งคุณภาพงานก็มีหลากหลายทั้ง ไฟเบอร์ พลาสติก ABS PP (ซึ่งจะมีความเหนียวทนทานมากกว่า) และราคาก็จะแตกต่างตามคุณภาพงานด้วย รวมไปถึง สปอยเลอร์ทรงต่างๆ ที่มีให้เลือกมายมาย ทั้งทรงเดิมติดรถ, Duck tail, GT wing สำหรับวัสดุ ก็มีหลากหลายเช่นเดียวกับ Body Part ทั้งไฟเบอร์, พลาสติก ชนิดต่างๆ จนงานสวย อย่าง คาร์บอนไฟเบอร์ นอกจากในส่วนของ Part แต่งแล้ว หลังๆ ก็มีนิยมเปลี่ยนโคมไฟหน้ากัน เป็นทั้งแบบโปรเจ็คเตอร์ หรือแบบที่มีไฟ LED DRL ในตัว หรือ จะติดตั้งไฟ DRL แยก โดยการเจาะหาตำแหน่งยึดก็สามารถทำได้
2014-Option-Fest24
2. สำหรับภายใน ในการตกแต่งนั้น ก็มีตั้งแต่ของกระจุกกระจิกเล็กๆ น้อย ซึ่งเราต้องอาจขอข้ามไป มาพูดถึงการตกแต่งใหญ่ๆ หลัก เริ่มที่เบาะ หลายคนชอบสไตล์รถซิ่ง ก็มักจะเปลี่ยนเบาะเป็นทรง Semi-Bucket Seat (เบาะสไตล์รถสปอร์ตที่สามารถปรับเอนหลังได้) เบาะพวกนี้จะช่วยโอบไหล่ให้กระชับขึ้นกว่าเบาะเดิม (สำหรับรถที่ให้เบาะเดิมที่ไม่ใช่ทรงสปอร์ต) หรือ จะเป็น Full Bucket Seat (เบาะรถแข่งหลังแข็ง) เบาะพวกนี้จะล๊อกลำตัวเอาไว้อยู่ภายในเบาะ และการเปลี่ยนเบาะพวกนี้ อาจจะต้องเปลี่ยนสายรัด Belt ด้วย
ซึ่งสนนราคาการเปลียนก็มีตั้งแต่ หลักไม่กี่พันบาท ไปจนถึงเบาะแท้ราคาหลายหมื่น ซึ่งในรถแต่ละรุ่นนั้นอาจจะต้องมีการแปลงขายึดเบาะอีกด้วยในการ
2014-Option-Fest45
นอกจากเบาะแล้ว อีกสิ่งที่สาวกชอบเปลี่ยนกันก็ได้แก่ พวงมาลัย ทรงต่างๆ ที่จะช่วยให้รถคุณดูสวยงาม และให้ฟีลลิ่งรถแข่งที่มากขึ้น แต่ทว่าอย่าลืม ถ้าหากคุณเปลี่ยนพวงมาลัยพวกนี้ คุณก็จะไม่สามารถใช้งานปุ่ม Multifunction บนพวงมาลัยเดิมติดรถได้ (หากมี) อีกทั้งต้องแลกกับ Airbag ที่หายไปจากพวงมาลัยเดิมติดรถอีกด้วย ซึ่งราคาของพวงมาลัยนั้น ก็มีตั้งแต่หลักไม่กี่ร้อย จนถึงแตะหลักหมื่นเลยทีเดียว สำหรับพวงมาลัยแท้งามๆ
ต่อจากพวงมาลัย สิ่งที่จะช่วยเพิ่มความซิ่งให้แก่รถ ก็ได้แก่ บรรดา เกจ์วัด ทั้งหลาย ซึ่งหลายคนมักจะติดไปเมื่อให้ได้ฟีลรถซิ่ง ซึ่งในความเป็นจริง กับรถยนต์เดิมๆ แล้วอาจไม่มีความจำเป็นสักเท่าใด แต่ถ้าเป็นรถยนต์เครื่องเทอร์โบ แล้วล่ะก็ เกจ์อย่าง วัดบูสต์ ก็ น่าติดไม่น้อย รวมถึงบรรดา Turbo Timer ที่ช่วยหน่วงเวลาในการดับเครื่องยนต์ลงด้วย สำหรับสนนราคาเกจ์วัด มีเริ่มถูกๆ ที่หลักร้อย ไม่รวมติดตั้งไปจนถึงหลายพันเช่นเดียวกัน
2014-Option-Fest19
3. สำหรับการโมดิฟายด์ ให้รถมีสมรรถนะที่ดีขึ้นนี้ มีวิธีที่หลากหลาย และจุกจิกมากน้อยต่างกัน ขึ้นอยู่กับงบประมาณด้วย
เริ่มง่ายๆ ที่การแฟลชกล่องเดิม หรือ ที่เรียกกันว่า จูนกล่อง ECU ใหม่ เพื่อให้รถยนต์ตอบสนองได้อย่างกระฉับกระเฉงทันใจเพิ่มขึ้น ซึ่งในบางรายเคลมถึงอัตราสิ้นเปลืองที่ดียิ่งขึ้นด้วย ในส่วนนี้ อาจจะต้องอาศัยช่างจูนที่มีฝีมือกันเสียหน่อย ซึ่งราคาก็ อาจจะขึ้นกับระดับของรุ่นรถยนต์ และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งมักมีราคากันตั้งแต่ หลักต้นๆ ไปจนถึงหลายพันเลยทีเดียว
2014-Option-Fest27
ถัดมาหลายคนเลือกที่จะเปลี่ยนกรองอากาศ จากกรองเดิมที่เป็นแบบกระดาษติดรถ อาจเปลี่ยนเป็นไส้กรองแบรนด์ยอดนิยมอย่าง K&N หรือ จะจัดเต็มเป็นกรองเปลือยดอกเห็ด นอกจากการเปลี่ยนกรองแล้ว สิ่งที่มักต้องทำและตามมาด้วยก็คือ ระบบระบายไอเสีย ซึ่งหลายคน อาจเปลี่ยนแค่ท่อนปลาย ไม่ว่าจะเอาแค่เสียง หรือสวยงาม จนมาถึงท่อนพักกลาง และ เฮดเดอร์ ที่ชอบเลือกแบบสูตร 4-2-1 ซึ่งการทำระบบไอเสียทั้งระบบตั้งแต่ เฮดเดอร์ยันปลายท่อ ก็อาจมีสนนราคาแตะหลักหมื่น ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดความจุของเครื่องยนต์รุ่นรถอีกด้วยเช่นกัน
2014-Option-Fest4
ถ้าอยากแรงแบบทีเดียวจบ พร้อมทนรับความจุกจิกที่อาจตามมาได้ หลายคนเลือกหัวใจผูกโบ (ติดตั้งเทอร์โบ) ซึ่งในส่วนนี้ อาจจะต้องใช้งบค่อนข้างสูง ครึ่งแสน ไปจนถึงหลักแสน ขึ้นกับจำนวนของที่ต้องการว่าจะเล่นของแบรนด์ คุณภาพ งบระดับนี้แลกกับการได้ม้าเพิ่มสัก 50 ตัว หรือมากกว่านั้น แต่สิ่งที่ต้องทำไม่น้อยเลย คือ เดินระบบทางเดินไอเสียใหม่ทั้งเส้น เลือกขนาดของเทอร์โบ, Blow off valave, อินเตอร์คูลเลอร์ รวมไปถึงการถ่ายเปลี่ยนของเหลวใหม่
ซึ่งในช้อยส์ สุดท้ายของการเพิ่มความแรงนี้ อาจจะต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน ถึงข้อดีที่จะได้รับ กับข้อเสียที่จะตามมา ทั้งความจุกจิกในการดูแลรักษา, อัตราสิ้นเปลืองที่สูงขึ้น, ค่าใช้จ่ายจำนวนมาก, ระบบเกียร์ ยิ่งถ้าเป็นเกียร์ออโต้จำพวก CVT แล้วล่ะก็ ต้องไม่ใช้บูสต์ที่สูงเกินไป เพราะอาจทำให้เกียร์เสียหาย เป็นต้น
2014-Option-Fest28
นอกจากจะอัพเกรดความแรงแล้ว สิ่งที่ควรต้องอัพเกรดตามด้วย นั่นก็ คือ ระบบช่วงล่าง และระบบเบรก เพื่อให้รองรับกับพละกำลังของรถที่มีมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยในการควบคุมรถ
ซึ่งในส่วนนี้ อาจจะเริ่มตั้งแต่ การเปลี่ยนสปริงโหลด เพียงไม่กี่พันบาท ไปจนถึงเปลี่ยนโช้คอัพแบรนด์ดัง ในราคาหลักหมื่น และ ระบบเบรก ก็เช่นเดียวกัน เริ่มตั้งแต่การเปลียนใส่จานขยาย ด้วยค่าใช้จ่ายเพียงไม่กี่พัน จนไปถึงการใส่เบรกคาลิปเปอร์แต่ง ไม่ว่าจะแปลงจากรถรุ่นอื่นมามือสอง หรือจะตรงรุ่นจากแบรนด์ดัง ในราคาหลักหมื่น ถึงหลายหมื่นก็ตาม แต่ถ้าต้องการเพียงแค่สวยก็ใส่คาลิปเปอร์หลอกแบบฝาครอบหลักร้อยบาท เอาก็เพียงพอ
สุดท้ายเราหวังว่าทุกท่าน จะแต่งรถโมดิฟายด์รถสุดที่รักของตัวเองกันด้วยความสนุกสนาน จนอย่าลืมเพลินถึงขนาดต้องกินมาม่า ประทังชีวิต เพื่อแลกกับของแต่งแต่ละชิ้นก็แล้วกัน